ออฟฟิศซินโดรม โรคของคน Gen ใหม่ ที่ไม่ควรมองข้าม
ออฟฟิศซินโดรม ( Office Syndrome ) ที่เป็น โรคยอดฮิต หรือ โรคของคน Gen ใหม่ ที่มักจะเกิดขึ้นกับ พนักงานออฟฟิศ ยุคใหม่ ที่มักจะมีพฤติกรรม นั่งติดเก้าอี้ และ โต๊ะทำงาน นานหลายชั่วโมง จึงทำให้เกิด อาการปวด เมื่อยกล้ามเนื้อ ได้ ฉะนั่นเป็นโรค ที่ไม่ควรมองข้าม กันเลย
ในปัจจุบันที่ ไลฟ์สไตล์ ในการทำงาน ของแต่ละคน นั่นเปลี่ยนไป จากในอดีต เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะคน Gen ใหม่ ที่เป็น มนุษย์เงินเดือน หรือว่า พนักงานออฟฟิศ นั่นเอง ที่วันทั้งวัน จะต้อง นั่งทำงาน อยู่ที่ หน้าจอคอมพิวเตอร์ เป็นเวลานาน เสร็จจาก งานประจำ ก็ก้มหน้าก้มตา อยู่แต่กับ
หน้าจอมือถือ สมาร์ทโฟน ซึ่งเรียก ได้ว่าเป็น พฤติกรรม ที่ทำซ้ำ ๆ อยู่กับ โต๊ะทำงาน วันละหลาย ๆ ชั่วโมง ที่ฝืนทำงาน ไปโดย ที่แทบไม่ได้ เปลี่ยนอิริยาบถ ต่าง ๆ เลย อย่างเช่น ยืน, เดิน หรือ เคลื่อนไหว อะไรเลย และ มารู้ตัวอีกที ก็เริ่มจะ รู้สึก ปวดเมื่อยเนื้อตัว ปวดคอบ่าไหล่ และ หลัง หรือเกิด อาการชา ที่บริเวณ นิ้ว และมือ ซึ่งอาการ เหล่านี้ ก็จะเป็น สัญญาณเตือน ที่ว่า เรากำลัง จะเป็น โรคฮิต ที่มีชื่อว่า “ออฟฟิศซินโดรม” ( Office Syndrome ) กันแล้ว นั่นเอง
ออฟฟิศซินโดรม จะเป็นกลุ่ม อาการปวดเมื่อย กล้ามเนื้อ โดยที่ผู้ป่วย มักจะมี อาการปวด หรือว่าชา จากการอักเสบ ของเนื้อเยื่อ และเส้นเอ็น อาการปวด มักจะเริ่มจาก จุดหนึ่ง และจะค่อย ๆ ลาม ไปยังส่วนอื่น ๆ ของ ร่างกาย จึงสามารถ พบได้บ่อย ๆ ในกลุ่ม วัยคนทำงาน โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง พนักงานออฟฟิศ ที่จะต้อง นั่งทำงาน ในท่าเดิม ๆ เป็นเวลานาน ๆ ซึ่ง ออฟฟิศซินโดรม ( Office Syndrome ) จะมีสาเหตุ มาจาก การใช้งานของ กล้ามเนื้อมัดเดิมซ้ำ ๆ เป็นเวลาที่นาน และไม่ได้ ยืดกล้ามเนื้อ ในระหว่างวัน และการนั่งท่า ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งไม่รองรับ กับ สรีระร่างกาย ของเรา จึงทำให้ กล้ามเนื้อ มีอาการหดเกร็ง หรือว่า ยืดค้าง ในรูปแบบเดิม ๆ จนทำให้เกิด อาการบาดเจ็บ และ อาการปวด อย่างเช่น การนั่งพิมพ์งาน ที่เป็น เวลานาน ๆ หรือ การนั่งไขว่ห้าง และ ยกขา เป็นต้นได้ และถ้าหาก ไม่รีบดูแล รักษา ก็อาจจะ ลุกลาม จนกลายเป็น โรคไมเกรน, เส้นประสาทอักเสบ, หรือ โรคความผิดปกติ ของ โครงร่างของ กล้ามเนื้อ และ โรคที่เกี่ยวกับ ระบบกระดูก รวมไปถึง กล้ามเนื้อ ขั้นรุนแรง ก็เป็นได้ เช่นเดียวกัน
อาการของ ออฟฟิศซินโดรม ( Office Syndrome ) ก็คือ กลุ่มอาการ ที่มักจะเกิด จาก การนั่งทำงาน ที่หน้าคอมพิวเตอร์ ติดต่อกัน เป็นเวลานาน ๆ หรือว่า ใช้ท่าทาง ในการทำงาน ที่ไม่เหมาะสม อย่างต่อเนื่อง และเป็น ระยะเวลา ที่นาน จนทำให้เกิด ความผิดปกติ ของระบบ ภายใน ร่างกาย ของหลาย ๆ คน โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง ในระบบของ กระดูก, เส้นเอ็น, หรือ กล้ามเนื้อ และ ดวงตา ที่จะต้อง รับกับบทหนัก ในขณะ ทำกิจกรรม ต่าง ๆ เหล่านี้
กลุ่มอาการ ออฟฟิศซินโดรม ( Office Syndrome ) ที่สามารถ พบได้บ่อย
ซึ่งจาก พฤติกรรม ที่ได้กล่าวไป นอกจาก ความเสี่ยง ในการเป็นโรค ออฟฟิศซินโดรม ที่มีสูง มากแล้ว ก็ยังส่งผลต่อ อาการต่าง ๆ ได้อีกด้วย หลากหลายอาการ ดังนี้
- ปวดกล้ามเนื้อและเยื่อพังผืด (Myofascial Pain Syndrome) ที่มักจะพบบริเวณคอ บ่า ไหล่
- โรคเส้นประสาทข้อมือ ที่ถูกกดทับ หรือ Carpal Tunnel Syndrome
- อาการนิ้วล็อก หรือ Trigger Finger
- เอ็นกล้ามเนื้ออักเสบ หรือ Tendinitis
- อาการปวดหลัง หรือ Postural Back Pain
- อาการปวดเข่า ด้านหน้า หรือ Patellofemoral Syndrome
- อาการกล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง หรือ Myofascial Pain Syndrome
- อาการกล้ามเนื้อแขนท่อนล่าง ด้านนอกอักเสบ หรือ Tennis Elbow
- ภาวะกล้ามเนื้อ ไม่สัมพันธ์กัน หรือ Muscle Imbalance
- อาการปวดศีรษะเรื้อรัง หรือ Chronic Migraine ที่เกิดจาก การเกร็งของ กล้ามเนื้อรอบศีรษะ
- อาการหลังยึด หรือ Back Dysfunction
- โรคกระเพาะอาหาร และ ปวดเสียดท้อง หรือ Dyspepsia
ในความเป็นจริงแล้ว ภาวะของ ออฟฟิศซินโดรม ( Office Syndrome ) ที่เป็นอาการ ปวดคอบ่าไหล่ ที่นอกจาก จะเกิดจาก การนั่งทำงาน อยู่ในท่าเดิม ซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน หรือ อยู่ในท่าทาง การทำงาน ที่ไม่เหมาะสม อย่างต่อเนื่อง ก็อาจจะ เกิดจาก ปัจจัยอื่น ๆ ได้ด้วย อย่างเช่น ความเครียด จากการทำงาน ร่างกาย ที่พักผ่อน ไม่เพียงพอ หรือแม้กระทั่ง การทานอาหาร ที่ไม่ตรงเวลา ที่อาจเป็นปัจจัย ที่จะทำให้เกิด ออฟฟิศซินโดรม นั่นเอง
วิธีป้องกัน และ ดูแลตนเอง ในเบื้องต้น เพื่อ ลดความเสี่ยง ในการเป็น ออฟฟิศซินโดรม ( Office Syndrome ) ดังนี้
1. การปรับสภาพแวดล้อม ในที่ทำงาน สำหรับคนที่มี ภาวะตาแห้ง หรือแสบตา และตาพร่ามัว ระหว่างวันที่มีสาเหตุ มาจากภาวะ ออฟฟิศซินโดรม ( Office Syndrome ) ที่จ้องหน้าจอคอม และโทรศัพท์ ตลอดทั้งวัน ควรที่จะทำ การปรับสภาพแวดล้อม ในที่ทำงาน ให้เหมาะสม อย่างเช่น แสงไฟในที่ทำงาน ที่ไม่ควรมืด และสว่าง จนเกินไป เพราะอาจจะส่งผลต่อ ดวงตาของเรา ได้โดยตรง และนอกจากนี้ ควรจะใช้ โต๊ะ และเก้าอี้ทำงาน ที่รองรับสระรี ของเรา ที่เหมาะสม เพื่อช่วยในการ บรรเทาอาการ ปวดคอบ่าไหล่ และหลัง ได้ดี
2. การเปลี่ยนท่าทาง ระหว่างวัน ซึ่งสาเหตุหลัก ๆ ที่มักจะพบ จากผู้ป่วย ออฟฟิศซินโดรม ( Office Syndrome ) ที่มักมีสาเหตุ มาจาก การนั่งทำงาน ในท่าเดิม ๆ เป็นเวลานาน ในตลอดทั้งวัน จึงทำให้เส้นเอ็น และกล้ามเนื้อ ของเราเกิด ความตึงเครียด ซึ่งแนะนำ ให้เราพยายาม เปลี่ยนท่าทาง ยืดเส้น และยืดสาย เพื่อ ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ หรือ ลุกขึ้นเดิน และเดินออกไป สูดอากาศ ในระหว่างวัน
3. การออกกำลังกาย ซึ่งเป็นหนึ่ง ในการรักษา ที่สำคัญ ของ ออฟฟิศซินโดรม ( Office Syndrome ) เพราะว่า การที่ กล้ามเนื้อ ไม่ยืดหยุ่น และ ไม่แข็งแรง มากพอ ก็ไม่อาจทนทาน ต่อการ ใช้งานของ กล้ามเนื้อ ที่ต่อเนื่อง และยาวนานได้ จนทำให้เกิด อาการ ออฟฟิศซินโดรม ซ้ำ ๆ และไม่หายขาด กันเสียที
ออฟฟิศซินโดรม ( Office Syndrome ) อาจจะป้องกัน และ ดูแลรักษา ในเบื้องต้นได้ ถ้าหากอาการ ไม่รุนแรง ก็สามารถ ที่จะรักษา ด้วย การออกกำลังกาย หรือว่าการทำ กายภาพ ซึ่งถ้าหาก เรารู้ตัวว่า เข้าข่ายเป็น ออฟฟิศซินโดรม และการไป ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่ คลินิก mw-wellness เพื่อที่จะ ตรวจหาสาเหตุ ของอาการ ก็เป็น ทางเลือกหนึ่งที่ดี เพื่อที่จะ ป้องกันภาวะแทรกซ้อน อื่น ๆ ที่จะตามมาได้ นั่นเอง
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น