เรื่องต้องรู้ ก่อนการ ศัลยกรรมเสริมหน้าอก
ในปัจจุบัน การผ่าตัด ศัลยกรรมเสริมหน้าอก หรือ เสริมหน้าอก สำหรับสาว ๆ ทุกคน ก็คงจะ เป็นเรื่องที่ปกติ กันแล้ว เพื่อที่จะ แก้ไขปัญหา ของ หน้าอก ของเรา เพื่อ เพิ่มขนาด ของ หน้าอก ให้ กระชับขึ้น ดังนั้น เรื่องต้องรู้ ก่อนการ ศัลยกรรมเสริมหน้าอก มีอะไรบ้าง มาดูกัน
ซึ่งการทำ ศัลยกรรมเสริมหน้าอก เหมาะสำหรับ คนที่มีปัญหา หน้าอก ไม่ว่าจะเป็น หน้าอก มีพัฒนาการ ที่ผิดปกติ เพราะว่า ผู้หญิง บางคน จะมีหน้าอก ขนาดเล็ก จากพันธุ์กรรม หรือ พัฒนาการ ของ หน้าอก ที่เกิดผิดปกติ ระหว่าง ที่เข้าสู่วัย เจริญพันธุ์ และ บางคน ก็มีปัญหา หน้าอก ทั้งสองข้าง มีพัฒนาการ ที่แตกต่าง จนเห็นได้ อย่างชัดเจน จึงอยาก แก้ไข เสริมหน้าอก เพื่อเพิ่ม ความมั่นใจ ให้กับ ตัวเอง อีกปัญหาหนึ่ง ก็คือ คุณแม่ ที่มีปัญหา หน้าอก หลังการ ตั้งครรภ์ เพราะผู้หญิง บางคน มีปัญหา หน้าอก หลังตั้งครรภ์ อย่างเช่น หน้าอก มีความเต่งตึง ที่ลดลง รวมทั้ง รูปทรง ของหน้าอก ที่เปลี่ยนแปลง หลังการ ให้นมบุตร จึงอยาก แก้ไข เพื่อใส่ ซิลิโคน สำหรับการ เสริมหน้าอก ที่มีปัญหา ให้มีความ กระชับ และ มีทรง มากยิ่งขึ้น นั่นเอง
สำหรับประเภท ของ ซิลิโคนเสริมหน้าอก จะแบ่งออกเป็น 2 แบบ ก็คือ ซิลิโคนเสริมหน้าอก รูปทรงกลม และ ซิลิโคนเสริมหน้าอก รูปทรงหยดน้ำ ซึ่งที่ Nida Esth’ Medical Centre จากประสบการณ์ ส่วนตัวของ คุณหมอปิยะ ที่คิดว่า ซิลิโคนเสริมหน้าอก ทรงกลม ( Round Implant ) ยังคงเป็น ตัวเลือก ที่เป็นมาตรฐาน และ ดีที่สุด สำหรับบุคคล ที่ต้องการ เสริมหน้าอก หรือ ศัลยกรรมหน้าอก แบบทั่วไป และ ซิลิโคนเสริมหน้าอก ทรงหยดน้ำ ก็จะมี การใช้ เป็นกรณี ๆ ไป ซึ่งเป็น ทางเลือก ในกรณี ที่ต้องการ แก้ไขเฉพาะส่วน ของ หน้าอก ไม่ใช่การ นำมาใช้ โดยทั่วไป นั่นเอง
เพราะที่ Nida Esth’ Medical Centre จะมี เทคนิค สำหรับ ออกแบบหน้าอก ด้วยเทคโนโลยี ที่เป็น หนึ่งเดียว อย่าง Vectra 3D Simulation Advanced ที่จะช่วยเพิ่ม ความแม่นยำ ในการ ออกแบบหน้าอก ที่จะสแกน และ ดีไซน์ ทรวงอก แบบล่วงหน้า ให้เข้ากับ สรีระ ของคนไข้ แต่ละคน มากที่สุด เพื่อให้ เห็นภาพได้ อย่างชัดเจน เพื่อประกอบกับ การตัดสินใจ ของคนไข้
ซึ่งคุณภาพ และความปลอดภัย จึงเป็นเรื่อง ที่สำคัญ เป็นอย่างมาก ฉะนั้นมาดู เรื่องต้องรู้ ก่อนการ ศัลยกรรมเสริมหน้าอก หรือ เสริมหน้าอก เพื่อให้พิจารณา ประกอบการกับ ตัดสินใจ ดังต่อไปนี้
1. การเตรียมตัว เหมือนเป็น การเตรียมตัว การผ่าตัด แบบทั่วไป เพราะว่า ทำหน้าอก หรือ เสริมหน้าอก จะเป็น การผ่าตัดใหญ่ โดยส่วนใหญ่ จะต้องดมยา อดข้าว - อดน้ำ โดยอย่างน้อย 24 ชั่วโมง หรือ ต่ำที่สุด ก็คือ 6 ชั่วโมง เพราะส่วนมาก จะให้ อดหลังเที่ยงคืน ก่อนวันผ่าตัด งดข้าว งดน้ำ และยาที่ทำให้เลือดออกง่ายหยุดยาก เช่น แอสไพริน สำหรับคนที่ขี้กลัวการผ่าตัดเสริมหน้าอกใช้การดมยาอยู่แล้ว
2. การผ่าตัด เสริมหน้าอก มีกี่แบบ ?
- ผ่าตัดเข้าทางรักแร้ ซึ่งข้อดี จะมีแผลตามรอยของรักแร้ ไม่มีแผล ตามร่างกาย แต่ในบางคน จะบอกว่า การทำงาน จะต้องใช้มือ โดยจะเจ็บประมาณ 1 อาทิตย์
- ผ่าตัดผ่านปานนม ในสมัยก่อนหากทำที่จุดนี้ ข้อดีก็คือ แผลผ่าตัดจะเข้าถึง เต้านมโดยตรง จะทำให้ เจ็บเล็กน้อย แต่ข้อเสียก็คือ จะมีรอยแผลที่รอบปานนม
- ผ่าตัดผ่านหัวนม ข้อดีก็คือ แผลผ่าตัด ที่เข้าเต้านมโดยตรง เวลาทำแผลจะนิดเดียว แต่ข้อเสียก็อาจเกิด อาการชาได้
- ผ่าตัดใต้ราวนม ข้อเสียก็คือ จะมีแผลตลอดชีวิต แต่ถ้าบางคน เป็นคีลอยด์ง่ายก็จะเห็น โดยส่วนมาก วิธีนี้ทำในคนที่มา แก้หน้าอก หรือทำในคนที่ เสริมหน้าอก แล้วมีปัญหาที่แข็ง
- ผ่าตัดผ่านทางสะดือ ข้อดีก็คือ จะมีแผลตรงสะดือ เป็นแผลเล็ก ๆ แต่ข้อเสียก็คือ ทำได้เฉพาะคนที่ เสริมหน้าอก ด้วยน้ำเกลือ เพราะว่า แผลเล็กจะต้องพับเข้าไป เพราะใช้ซิลิโคน เข้าไปไม่ได้
3. อายุเท่าไหร่ ถึงจะ เสริมหน้าอก กันได้ ? ซึ่งหลัง 17 ปีขึ้นไป หน้าอกจะโตเต็มที่แล้ว เหมือนกับ การทำจมูก หรือ ทำตา ก็จะต้อง มีอายุ 17 ปี ขึ้นไป
4. ขนาดที่ชอบ กับไซส์ ที่ใช่ แบบไหน ดีกว่ากัน ? ซึ่งการ เสริมหน้าอก หรือ ศัลยกรรมหน้าอก จะดูที่ขนาดเบ้า ซึ่งจะวัดเส้นผ่าศูนย์กลาง ตั้งแต่หัวนม ไปจนถึง ปานนมด้านล่าง ที่เป็นเส้นผ่าศูนย์กลาง ที่ควรจะใส่ ซึ่งจะให้คนไข้เลือกเอง แต่ค่าเฉลี่ยโดยทั่วไป ของหญิงไทยก็คือ 200 - 250 CC นั่นก็คือแบบธรรมดา แต่ถ้าต้องการจะให้ ใหญ่ขึ้นไปก็ 300 - 350 - 400 CC ซึ่งทั้งนี้ก็ต้องดู ขนาดตัวเต้าด้วย ถ้าคนไข้ตัวเล็ก ฐานเต้าเล็ก แต่ต้องการเต้าใหญ่ ก็เปลี่ยนเป็น ทรงสูง แต่ถ้าหากคนไข้ มีฐานเต้ากว้าง ก็จะต้องเอา ทรงกว้าง เพื่อจะได้ ดูเป็นธรรมชาติ
5. อาการหลังผ่าตัด ศัลยกรรมเสริมหน้าอก เจ็บแบบรถทับ จริงหรือไม่ ? ถ้าหากทำ ผ่านรักแร้ ก็จะเจ็บ ที่รักแร้ เล็กน้อย และจะ เจ็บตรงตัวเต้า ที่ขยาย แต่ในสมัยนี้ ไม่ค่อยเจ็บ เหมือนกับ สมัยก่อน ๆ เพราะสมัยก่อน ๆ จะเจ็บเหมือนรถทับ แต่ในปัจจุบัน ที่ได้มีวิวัฒนาการ สมัยใหม่มากขึ้น
6. ในช่วงพักฟื้น กินเวลานาน แค่ไหน ? โดยส่วนใหญ่ 24 ชั่วโมง พอคนไข้สวย ก็อยากที่จะ กลับบ้าน ซึ่งที่ให้พัก 24 ชั่วโมง ก็เพราะว่า หลังดมยา จะต้องพัก 24 ชั่วโมง เนื่องจาก การใส่ท่อหายใจ อาจทำให้ ท่อหายใจบวม หลัง 24 ชั่วโมง แต่ถ้าไม่บวม ก็ให้กลับบ้านได้ทันที่
7. พังผืดจากการ เสริมหน้าอก หรือ ศัลยกรรมหน้าอก แก้ไขได้อย่างไร ? พังผืด นั้นเกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็น การทำจมูก หรือ การใส่ของแปลกปลอม เข้าไปในร่างกาย หรือแม้แต่ แผลในร่างกาย ของเรา อย่างเช่น แผลไส้ติ่ง, ตัวพังผืด ที่เป็นตัวทำให้ ซิลิโคนแข็ง โดยส่วนใหญ่ จะแนะนำให้ คนไข้นวด เพื่อทำให้ พังผืดบาง เกาะห่าง ๆ และเวลาจับ จะได้ เป็นธรรมชาติ นั่นเอง
8. สาเหตุที่ ซิลิโคนแตก เพราะ ? ซึ่งจะแตกได้ 2 อย่าง ก็คือ 1. คนไข้เกิดอุบัติเหตุ หรือโดนของคม การนวด ทับแรง ๆ จะไม่แตก ส่วนใหญ่จะโดนของคม 2. ก่อนใส่เปิดเบ้า แล้วอัดซิลิโคน เข้าไปเต็มที่ ก็จะสามารถทำให้ แตกได้ โดยที่หมอไม่รู้ แต่หลังแตก ก็จะรู้ได้ เพราะว่า คนไข้จะมี อาการปวดแสบ ปวดร้อน
9. ปฏิบัติตัวอย่างไร หลังจาก เสริมหน้าอก ? โดยหลังผ่าตัด ประมาณ 1 อาทิตย์ ก็จะไม่รู้สึก เจ็บแผลกันแล้ว ซึ่งเมื่อครบ 1 อาทิตย์ แพทย์จะทำการ นัดมาสอนนวด และให้กลับ ไปนวดเอง 6 เดือน ก็จะเข้าที่ การออกกำลังกาย ไปฟิตเนส หรือวิ่ง ก็จะยิ่งทำให้ กล้ามเนื้อได้ทำงาน และจะทำให้ เกิดพังผืด น้อยอีกด้วย
ซึ่งสาว ๆ ส่วนใหญ่ ที่มาใช้บริการของทาง คลินิก Nida Esth Clinic ก็เพราะว่า เป็นคลินิก ที่มีมาตรฐาน ความปลอดภัย ขั้นสูง และมีความใส่ใจ ในตัวคนไข้ เป็นอย่างดี และหากใคร ที่มี ปัญหาหน้าอกเล็ก หรือ อยากจะ ศัลยกรรมหน้าอก หรือ เสริมหน้าอก ก็สามารถ เข้ามาปรึกษา ได้ที่ คลินิกนิด้า ได้ตลอดเวลาทำการ เพราะเรามี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และ พยาบาล ที่มีความรู้ ค่อยให้คำปรึกษากับทุกคน ได้เป็นอย่างดี
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น