อาการแบบไหน ที่เสี่ยงจะเป็น ออฟฟิศซินโดรม

หลาย ๆ คน หรือโดยเฉพาะ พนักงานออฟฟิศ ที่มักจะ มีอาการ ปวดหลัง ปวดคอ หรือ ปวดไหล่ กันบ่อย ๆ แต่ไม่รู้ว่า  อาการที่เราเป็น กันนั้น จะใช่อาการ ออฟฟิศซินโดรม หรือไม่ แล้ว อาการแบบไหน ที่เสี่ยงจะเป็น ออฟฟิศซินโดรม มาติดตามบทความ ของเรากันเลย

ออฟฟิศซินโดรม ( Office Syndrome ) ที่เป็น กลุ่มอาการ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และ เยื่อพังผืด หรือ ( Myofascial Pain Syndrome ) เนื่องมาจาก รูปแบบของ การทำงาน ที่มักจะใช้ กล้ามเนื้อมัดเดิม ๆ ซ้ำๆ และเป็น ระยะเวลา ที่นาน อย่างต่อเนื่อง โดยจะส่งผล ให้เกิดอาการ ของ กล้ามเนื้ออักเสบ และ ปวดเมื่อย ตามอวัยวะ ต่าง ๆ โดยเฉพาะ อาการปวด ในบริเวณ อย่าง ปวดคอบ่าไหล่ หรือ หลัง , แขน และ ข้อมือ โดยอาการปวด ดังกล่าว ก็อาจจะ ลุกลาม ไปจนกลายเป็น อาการปวดเรื้อรัง นั่นเอง

ออฟฟิศซินโดรม ( Office Syndrome ) ที่เป็น โรคยอดฮิต ของคนที่ ทำงานออฟฟิศ เพราะว่า ออฟฟิศซินโดรม เรามักจะพบ ได้บ่อย ๆ ในคนที่ ทำงานออฟฟิศ เนื่องจากว่า พฤติกรรม ของคนเหล่านี้ ทีทำงาน ส่วนใหญ่ ที่จะต้อง นั่งทำงาน อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เป็นเวลานาน ๆ โดยที่ไม่ได้ ขยับตัว หรือ เปลี่ยนท่าทาง อิริยาบถต่าง ๆ จึงทำให้ กล้ามเนื้อ ของเรา เกิดอาการตึง และ กล้ามเนื้อ อักเสบได้ นั่นเอง จึงทำให้เป็น สาเหตุหลัก และ ปัจจัยที่สำคัญ ที่ทำให้เกิด อาการ ออฟฟิศซินโดรม ดังนั้น เรามาดูกันว่า อาการแบบไหน ที่เสี่ยงจะเป็น ออฟฟิศซินโดรม กันนะ

อาการแบบไหน ที่เสี่ยงจะเป็น ออฟฟิศซินโดรม

1. อาการของการ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะ ส่วนใด ส่วนหนึ่ง ของ ร่างกาย ที่มักจะมี อาการปวด แบบกว้าง ๆ จึงไม่สามารถ ที่จะชี้จุด หรือว่า ระบุตำแหน่ง อาการที่ ปวดได้ ได้อย่าง ชัดเจน อย่างเช่น ปวดคอบ่าไหล่ หรือ สะบัก เป็นต้น

2. อาการปวดศีรษะ แบบเรื้อรัง หรือ ในบางครั้ง ก็จะมีอาการ ปวดหัวไมเกรน ร่วมอยู่ด้วย ซึ่งจะมี สาเหตุ ที่มาจาก ความเครียด หรือ การที่จะใช้ สายตา เป็นระยะเวลา ที่นาน

3. อาการปวดหลังเรื้อรัง ซึ่งจะเป็น อาการที่ พบได้บ่อย ๆ ในผู้ป่วย ที่เป็นโรค ออฟฟิศซินโดรม ( Office Syndrome ) เนื่องจาก การนั่ง อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เป็นเวลา หลาย ๆ ชั่วโมง นั่งไม่ถูกท่า , หรือ นั่งหลังค่อม ที่อาจทำให้ กล้ามเนื้อต้นคอ เมื่อยตัว และ เกร็งอยู่ตลอดเวลา รวมไปถึง งานที่ต้อง ยืนนาน ๆ โดยเฉพาะสาว ๆ ที่ใส่ รองเท้าส้นสูง

4. อาการปวดตึงที่ขา หรือว่า อาการเหน็บชา นั่นเอง โดยจะเป็น อาการชา ๆ ที่เกิดขึ้นจาก การนั่งนาน ๆ จึงทำให้ เส้นเลือดดำ นั่นถูกกดทับ จึงส่งผลให้ เลือดไหลเวียน ที่ผิดปกติ นั่นเอง

5. อาการตาแห้ง ซึ่งเกิดจาก ต่อมน้ำตา ที่ทำงาน ผิดปกติ ซึ่งสาเหตุ อาจมาจาก การที่เราจ้อง หน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือว่า มือถือ ที่นาน จนเกินไป

6. อาการนิ้วล็อค ที่เกิดจาก การออกแรง ที่นิ้วมือมาก ๆ หรือบ่อยครั้ง จึงทำให้เกิด การเสียดสี จนอักเสบ ในบริเวณ ปลอกหุ้มเอ็น เส้นเอ็น ของนิ้วมือ จึงมักจะ พบอาการนี้ ในกลุ่มผู้คน ที่ทำงาน เป็นแม่บ้าน

7. เส้นประสาท ที่ข้อมือถูกกดทับ ที่เกิดขึ้น จากการมี พังผืดบริเวณข้อมือ หรือ ด้านฝ่ามือ จึงทำให้ เส้นประสาท ในบริเวณนั้น ได้ถูกกดทับ และเกิด อาการปวด หรือชา ที่นิ้วมือ ฝ่ามือ หรือแขน เป็นต้น

สาเหตุ ของอาการ ออฟฟิศซินโดรม 

โดยจะเป็น การใช้งาน ในส่วนของ กล้ามเนื้อ และข้อต่อ ที่ผิดจาก ภาวะปกติ ซึ่งเกิดจาก การทำงาน ในพื้นที่ ที่จำกัด และรวมไปถึง การขาด การเคลื่อนไหว ของ กล้ามเนื้อ และข้อต่อ ต่าง ๆ ดังนี้

1. การนั่งไขว่ห้าง

2. การนั่งหลังงอ หรือหลังค่อม

3. การนั่งเบาะเก้าอี้ ที่ไม่เต็มก้น

4. การยืนแอ่นพุง หรือ การยืนหลังค่อม

5. การที่เรา สะพานกระเป๋าหนัก ๆ เพียงข้างเดียว

แนวทางการรักษา ออฟฟิศซินโดรม

- การปรับสภาพแวดล้อม ในที่ทำงาน สำหรับคนที่มี ภาวะตาแห้ง หรือแสบตา และตาพร่ามัว ระหว่างวันที่มีสาเหตุ มาจากภาวะ ออฟฟิศซินโดรม ( Office Syndrome ) ที่จ้องหน้าจอคอม และโทรศัพท์ ตลอดทั้งวัน ควรที่จะทำ การปรับสภาพแวดล้อม ในที่ทำงาน ให้เหมาะสม อย่างเช่น แสงไฟในที่ทำงาน ที่ไม่ควรมืด และสว่าง จนเกินไป เพราะอาจจะส่งผลต่อ ดวงตาของเรา ได้โดยตรง และนอกจากนี้ ควรจะใช้ โต๊ะ และเก้าอี้ทำงาน ที่รองรับสระรี ของเรา ที่เหมาะสม เพื่อช่วยในการ บรรเทาอาการ ปวดคอบ่าไหล่ และหลัง ได้ดี

- การออกกำลังกาย เป็นประจำ ที่หลากหลายวิธี อย่างเช่น การออกกำลังกาย แบบคาร์ดิโอ อย่างเช่น วิ่ง ว่ายน้ำ หรือ ปั่นจักรยาน ก็จะช่วยทำให้การ หมุนเวียนเลือด มีประสิทธิภาพ และกล้ามเนื้อ ที่เกี่ยวข้อง กับการเคลื่อนไหว ก็จะมี ความแข็งแรง มากยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันเอ็น และข้อยึด ที่เกิด ความยืดหยุ่น

- การออกกำลังกาย แบบเสริม สร้างกล้ามเนื้อ ซึ่งการเสริมสร้าง เพื่อเพิ่ม ความแข็งแรง ของกล้ามเนื้อ ที่เกี่ยวกับ การเคลื่อนไหว ของเรา อย่างเช่น การหมุน การก้ม หรือการเงย และการเสริม สร้างกล้ามเนื้อ ในส่วนของ แกนกลางลำตัว อย่างเช่น การออกกำลังกาย ในแบบพิลาทิส ก็จะทำให้ ลดอาการบาดเจ็บ ของ กระดูกสันหลัง โดยมักจะได้รับ ผลกระทบโดยตรง จากท่านั่ง ของเรานั่นเอง

- การออกกำลังกาย แบบยืดเหยียด ซึ่งจะมี ประโยชน์ ในการยืด และ บริหารกล้ามเนื้อ ในส่วนต่าง ๆ จึงทำให้ ข้อต่อเคลื่อนไหว ได้เป็นปกติ และยังสามาร ลดอาการตึง และ อาการเมื่อยล้า ของกล้ามเนื้อ ได้

- ควรเปลี่ยนท่าทาง ระหว่างวันซึ่งสาเหตุหลัก ๆ ที่มักจะพบ จากผู้ป่วย ออฟฟิศซินโดรม ( Office Syndrome ) ที่มักมีสาเหตุ มาจาก การนั่งทำงาน ในท่าเดิม ๆ เป็นเวลานาน ในตลอดทั้งวัน จึงทำให้เส้นเอ็น และกล้ามเนื้อ ของเราเกิด ความตึงเครียด ซึ่งแนะนำ ให้เราพยายาม เปลี่ยนท่าทาง ยืดเส้น และยืดสาย เพื่อ ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ หรือ ลุกขึ้นเดิน และเดินออกไป สูดอากาศ ในระหว่างวัน 

การรักษาอาการ ออฟฟิศซินโดรม ( Office Syndrome ) จะมีหลายวิธี  ไม่ว่าจะเป็น การรักษา ด้วยยา หรือการ ปรับสภาพแวดล้อม ในการทำงาน  การทำ กายภาพ เพื่อบำบัด หรือ การออกกำลังกาย เพื่อที่จะ รักษาอาการปวด หรือ การรักษา ด้วยวิธี ทางเลือก อื่น ๆ อย่างเช่น การฝังเข็ม , การนวดแผนไทย เป็นต้น ซึ่งอย่างไร ก็ตาม  บุคคลที่มีอาการ ออฟฟิศซินโดรม ก็ควรที่จะ ทำการปรึกษา หรือ พบแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อทำการ ตรวจวินิจฉัย และหาสาเหตุ ของอาการ ว่าอาการ ดังกล่าว เกิดจาก สาเหตุใด และมี ภาวะแทรกซ้อน อื่น ๆ หรือไม่ เพื่อที่จะได้ให้ แพทย์ได้ทำการ รักษาอย่างถูกวิธี และเหมาะสม กับอาการ ของแต่ละ บุคคลดังกล่าว


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปรับสมดุลร่างกาย ให้แข็งแรง ด้วยการดื่ม น้ำด่าง น้ำดื่ม เซเว่น

เลือก น้ำดื่มอัลคาไลน์ น้ำดื่ม ขวดเล็ก ควบคุมภาวะกรด ด่าง ในร่างกาย

เครื่องดื่ม อกไก่ปั่น อิ่มอร่อย แถมยังได้ ประโยชน์ ต่อ ร่างกาย