ออฟฟิศซินโดรม โรคของคนยุคใหม่ ดูแลอย่างไร ไม่ให้เรื้อรัง

ออฟฟิศซินโดรม เรียกได้ว่าเป็นโรคยอดฮิต ของคนยุคใหม่ อย่าง พนักงานออฟฟิศ ที่มักจะมี พฤติกรรม ที่นั่งติดเก้าอี้ และ โต๊ะทำงาน หลาย ๆ ชั่วโมง โดยที่ไม่ได้ลุก ออกมา เคลื่อนไหว ร่างกาย กันเลย จึงทำให้ เกิดอาการ ปวดกล้ามมเนื้อ ได้ ฉะนั้นเราจะ ดูแลอย่างไร ไม่ให้เรื้อรัง มาดูกัน

ออฟฟิศซินโดรม ( Office Syndrome ) ที่ได้ขึ้น ทำเนียบเป็น โรคยอดฮิต ในปัจจุบันนี้ กันไปแล้ว เรียกได้ว่าเป็น โรคของคนยุคใหม่ ไปแล้ว  เนื่องจาก เป็นโรค ที่จะมากับ ไลฟ์สไตล์ ของมนุษย์ ในยุคใหม่ ที่ใช้ชีวิต กับ เทคโนโลยีต่าง ๆ ซึ่งเป็นปัจจัย ที่ 5 และยิ่งการ Work From Home ที่เดินทาง มาถึง ก็เชื่อกัน เหลือเกินว่า คนที่ทำงาน อย่างเรา ๆ ก็คงน่าจะ เคยผ่าน ประสบการณ์ อาการของ ปวดคอบ่าไหล่ หรือ สะบักจม , ข้อมืออักเสบ , ปวดต้นคอ หรือ ตาล้า และ อื่น ๆ กัน อีกมากมาย ซึ่งไม่มาก ก็น้อย 

ออฟฟิศซินโดรม ( Office Syndrome ) ก็คือ กลุ่มอาการ ที่มักจะเกิด จาก การนั่งทำงาน ที่หน้าคอมพิวเตอร์ ติดต่อกัน เป็นเวลานาน ๆ หรือว่า ใช้ท่าทาง ในการทำงาน ที่ไม่เหมาะสม อย่างต่อเนื่อง และเป็น ระยะเวลา ที่นาน จนทำให้เกิด ความผิดปกติ ของระบบ ภายใน ร่างกาย ของหลาย ๆ คน โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง ในระบบของ กระดูก , เส้นเอ็น , หรือ กล้ามเนื้อ และ ดวงตา ที่จะต้อง รับกับบทหนัก ในขณะ ทำกิจกรรม ต่าง ๆ เหล่านี้

อาการของ ออฟฟิศซินโดรม ซึ่งจะเป็นกลุ่ม อาการปวดกล้ามเนื้อ โดยที่หลาย ๆ คน มักจะมี อาการปวด หรือว่า ชาจากการอักเสบ ของเนื้อเยื่อ และเส้นเอ็น อาการปวด มักจะเริ่มจาก จุดหนึ่ง และจะค่อย ๆ ลาม ไปยังส่วนอื่น ๆ ของ ร่างกาย จึงสามารถ พบได้บ่อย ๆ ในกลุ่ม วัยคนทำงาน โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง พนักงานออฟฟิศ ที่จะต้อง นั่งทำงาน ในท่าเดิม ๆ เป็นเวลานาน ๆ ซึ่ง ออฟฟิศซินโดรม จะมีสาเหตุ มาจาก การใช้งานของ กล้ามเนื้อมัดเดิมซ้ำ ๆ เป็นเวลาที่นาน และไม่ได้ ยืดกล้ามเนื้อ ในระหว่างวัน และการนั่งท่า ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งไม่รองรับ กับ สรีระร่างกาย ของเรา จึงทำให้ กล้ามเนื้อ มีอาการหดเกร็ง หรือว่า ยืดค้าง ในรูปแบบเดิม ๆ จนทำให้เกิด อาการบาดเจ็บ และ อาการปวด อย่างเช่น การนั่งพิมพ์งาน เป็นเวลานาน หรือ การนั่งไขว่ห้าง ยกขา เป็นต้น

อาการของ โรคทางระบบกระดูก และ กล้ามเนื้อ ที่อาจเกิดจาก ออฟฟิศซินโดรม ( Office Syndrome ) ดังนี้

- ไมเกรน หรือตาล้า

- อากรปวด ในบริเวณ กระดูก หรือ ปวดคอบ่าไหล่ เป็นต้น 

- มีปัญหาไหล่งุ้ม และคอยื่น 

- เอ็นรัดข้อมืออักเสบ ที่เกิดจาก การกดทับเส้นประสาท 

- ปลอกหุ้มเอ็นกล้ามเนื้อ ในบริเวณ ฐานของ นิ้วโป้งอักเสบ หรือ De Quervain’s tendonitis

- อาการนิ้วล็อก หรือ Trigger Finger

- กล้ามเนื้อ ในบริเวณ แขนท่อนล่าง ด้านนอกมี อาการอักเสบ หรือ Tennis Elbow

- อาการปวดหลัง จาก ท่าทางที่ผิดปกติ หรือ Postural Back Pain

                       

กลุ่มเสี่ยง ของอาการ ออฟฟิศซินโดรม ( Office Syndrome )

ซึ่งจากเดิมอาการ ออฟฟิศซินโดรม ( Office Syndrome ) ที่มักจะเกิด ขึ้นกับคน ที่ทำงานอยู่ใน วัยช่วงประมาณ 30 ถึง 40 ปี แต่แล้ว ในปัจจุบัน การทำงาน ผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ ที่ไม่ใช่จำกัด เพียงแค่ พนักงานออฟฟิศ หรือ คนทำงานทั่ว ๆ ไป เพียงเท่านั้น แต่ในปัจจุบัน คนรุ่นใหม่ ๆ ต่างก็ มีความจำเป็น ที่จะต้องใช้ คอมพิวเตอร์ ในการศึกษา ตั้งแต่ อายุยังน้อย ๆ จึงทำให้ ออฟฟิศซินโดรม นั้นเกิดขึ้นได้ ตั้งแต่ในวัย ช่วงประมาณ 20 ปี หรือว่า น้อยกว่านั้น และ รวมไปถึง ผู้สูงอายุ ที่ในปัจจุบัน ต่างก็หันมา ใช้เทคโนโลยี ด้านต่าง ๆ กัน มากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกัน จึงทำให้ กลุ่มเสี่ยง ของอาการ ออฟฟิศซินโดรม ( Office Syndrome ) จึงไม่ได้จำกัด เพียงแค่ วัยทำงาน กันอีกต่อไป

แนวทางการรักษา ออฟฟิศซินโดรม ( Office Syndrome )

สำหรับ ออฟฟิศซินโดรม นั่นก็คือ กลุ่มอาการเจ็บป่วย ที่มันจะต้องอาศัย การทำงาน ร่วมกับ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และตัวคนไข้ เพราะว่ามัน เป็นโรค ที่จะขึ้นอยู่กับ ตัวคนไข้ กันด้วยว่า ควรจะมีการ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ในด้านของ การทำงาน เพื่อที่จะ ใช้ในการรักษามาก - รักษาน้อย แค่ไหนกัน

1. การลดปัจจัยเสี่ยง ที่จะทำให้ เกิดอาการเจ็บปวด อย่างเช่น การทำงาน ในท่าทางเดิม ๆ ที่ติดต่อกัน เป็นเวลานาน ๆ , ควรหลีกเลี่ยง ท่าทาง ในการทำงาน ที่ไม่ถูกต้อง , การจัดโต๊ะทำงาน และให้สิ่งของ ที่เราหยิบ ใช้บ่อย ๆ ให้อยู่ในระยะ ที่เอื้อมถึง ได้ง่าย โดยที่ไม่ต้อง โน้มตัว หรือว่า เอื้อมมือ ไปไกล , ควรจัดเวลาของ การทำงาน และ การพักผ่อน ที่ไม่เหมาะสม เป็นต้น

2. การรักษาด้วย คลื่นกระแทก การรักษาด้วย คลื่นกระแทก หรือ Shockwave ซึ่งจะเป็น การรักษา โดยที่ใช้ คลื่นกระแทกกระตุ้น ไปบริเวณที่ บาดเจ็บ เพื่อให้มี การเร่ง กระบวนการซ่อมแซม โดยจะช่วย บรรเทาอาการ ปวดเมื่อย ลดการอักเสบ และรักษา ฟื้นฟูเนื้อเยื่อ ได้นั่นเอง ซึ่งวิธีรักษา ออฟฟิศซินโดรม ( Office Syndrome ) ด้วย คลื่นกระแทก ( Shockwave Therapy ) เหมาะกับผู้ที่มี อาการปวดเรื้อรัง ของ กล้ามเนื้อ, เส้นเอ็น, หรือ กระดูก และข้อ ของ ร่างกาย  

3. การทำ กายภาพ หรือ กายภาพบำบัด ซึ่งภาวะ ออฟฟิศซินโดรม ( Office Syndrome ) จะสามารถรักษา และ บรรเทาอาการ ปวดคอบ่าไหล่ หรือ ปวดเมื่อย ได้ด้วย การทำ กายภาพ หรือ กายภาพบำบัด ซึ่งจำเป็น จะต้องอยู่ภายใต้ การดูแลของ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งแพทย์ หรือ นักกายภาพ จำเป็นที่จะ ต้องวางแผน การรักษา ออฟฟิศซินโดรม ให้อย่างเหมาะสม และควบคู่ ไปกับการดูแล รวมถึงการประเมิน สุขภาพ ของผู้ป่วยด้วย

4. การออกกำลังกาย ซึ่งเป็นหนึ่ง ในการรักษา ที่สำคัญ ของ ออฟฟิศซินโดรม ( Office Syndrome ) เพราะว่า การที่ กล้ามเนื้อ ไม่ยืดหยุ่น และ ไม่แข็งแรง มากพอ ก็ไม่อาจทนทาน ต่อการ ใช้งานของ กล้ามเนื้อ ที่ต่อเนื่อง และยาวนานได้ จนทำให้เกิด อาการ ออฟฟิศซินโดรม ซ้ำ ๆ และไม่หายขาด กันเสียที

ฉะนั้นแล้ว ถ้าหากเรามี อาการที่เป็น เรื้อรัง หรือมี อาการปวด ที่เพิ่ม มากยิ่งขึ้น เราแนะนำ ให้ปรึกษาแพทย์ด้าน เวชศาสตร์ฟื้นฟู เพื่อที่จะ เข้ารับการตรวจ ประเมิน รักษา หรือว่าทำ กายภาพ เพื่อบำบัด รวมไปถึง การให้คำแนะนำ ในเรื่องของ การออกกำลังกาย ได้อย่างถูกวิธี ก็อาจทำให้เรา หายจากอาการเรื้อรัง และเราก็จะมี สุขภาพที่ดี ได้นั่นเอง


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปรับสมดุลร่างกาย ให้แข็งแรง ด้วยการดื่ม น้ำด่าง น้ำดื่ม เซเว่น

เลือก น้ำดื่มอัลคาไลน์ น้ำดื่ม ขวดเล็ก ควบคุมภาวะกรด ด่าง ในร่างกาย

เครื่องดื่ม อกไก่ปั่น อิ่มอร่อย แถมยังได้ ประโยชน์ ต่อ ร่างกาย