กลยุทธ์ด้าน การตลาดออนไลน์ ที่ทำได้ และเห็นผลจริง

ทุกวันนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า พฤติกรรมการใช้ชีวิต ของผู้คน ที่เปลี่ยนไป อย่างมาก ซึ่งที่เห็นได้ชัด ก็คือ การใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ ในทุกกิจกรรม ดังนั้นแล้ว ถ้าเราอยากเข้าไปอยู่ในใจลูกค้า เราต้องมาศึกษา กลยุทธ์ด้าน การตลาดออนไลน์ ที่ทำได้ และเห็นผลจริง


การใช้ แพลตฟอร์มออนไลน์ ในทุกกิจกรรม ตั้งแต่ การทำงาน, เรียนหนังสือ, หรือ สั่งของใช้ ภายในบ้าน และ สั่งอาหาร ในแต่ละวัน ดังนั้น ถ้าอยาก เข้าไปอยู่ ในใจลูกค้า ทำธุรกิจ ให้ประสบความสำเร็จ ก็ถึงเวลา ที่จะต้อง จริงจัง กับการทำ การตลาดออนไลน์ หรือ Online Marketing ให้มากขึ้นแล้ว ถ้าหากลองมอง สิ่งรอบ ๆ ตัว ก็คงทราบ กันดีว่า ไม่ว่าจะ หันไปทางไหน เราก็เห็น การทำ การตลาดออนไลน์ ในหลาย ๆ ด้าน ทั้งในฝั่งของ ผู้บริโภค ที่ทุกคน แทบจะ ผูกติดกับ แพลตฟอร์มออนไลน์ และ ในส่วนของ ฝั่งแบรนด์ ก็ต้อง Tracking เพื่อที่จะดัก ผู้บริโภค ของทุก ช่องทาง  เห็นไหมว่า การตลาดออนไลน์ ที่เข้ามา มีบทบาท อย่างที่หลาย ๆ คน ปฏิเสธไม่ได้ กันจริง ๆ ดังนั้น กลยุทธ์ด้าน การตลาดออนไลน์ ที่ทำได้ และเห็นผลจริง

1. Social Media Marketing ( การตลาดโซเซียลมีเดีย )

สำหรับการทำ การตลาดออนไลน์ ผ่าน Social Media ที่จะเป็น ช่องทาง ง่าย ๆ อย่างเช่น Line, Facebook, Twitter, หรือ Instagram และ YouTube ซึ่งล้วนเป็นสิ่ง ที่ทุกแบรนด์ คุ้นเคยกัน เป็นอย่างดี ข้อดี ของ Social Media Marketing ก็คือ จะช่วยให้แบรนด์ เข้าถึงลูกค้า ได้จำนวนมาก โดยจะใช้หลัก การโฆษณา และ ประชาสัมพันธ์ รวมไปถึง กิจกรรมทาง การตลาดออนไลน์ ต่าง ๆ เนื่องจาก ไม่มีข้อจำกัด ในเรื่องของ การสื่อสาร โดยลูกค้า สามารถเก็บข้อมูล จากแบรนด์ ได้เต็มที่ และในขณะเดียวกัน แบรนด์ ก็ควรทำ คอนเทนต์ ( Content ) ที่ตรงใจ และ ทำอย่างสม่ำเสมอ

ทริคเล็ก ๆ ที่ Eden อยากแนะนำ ในการทำ Social Media Marketing ก็คือ การทำความเข้าใจ แพลตฟอร์ม เนื่องจาก แต่ละแพลตฟอร์ม ก็มีจุดเด่น จุดด้อย ในรูปแบบ ของตัวเอง อย่างเช่น Facebook เน้นภาพ วิดีโอยาว และการทำ Live Video หรือ Instagram ที่เน้น ภาพสวย และวิดีโอสั้น เป็นต้น รวมไปถึง จะต้องศึกษา อัลกอริทึ่ม ของ แพลตฟอร์ม เพื่อให้การทำ การตลาดออนไลน์ มีประสิทธิภาพ มากที่สุด

2. Search Engine Optimization หรือ SEO

โซเซียลมีเดีย ( Social Media ) ไม่ใช่แค่ ช่องทางเดียว ในการเข้าถึง ผู้บริโภค สำหรับธุรกิจ ที่มี เว็บไซต์ ( Website ) การทำ SEO จะช่วยส่งคนเข้า เว็บไซต์ ได้มากยิ่งขึ้น และช่วยเพิ่ม อันดับการค้นหา ให้กับ เว็บไซต์ ติดอันดับแรก ๆ หากเมื่อ เว็บไซต์ ติดอันดับดีแล้ว ก็ย่อมส่งผล ให้มีคนเจอ เว็บไซต์ ของเรา ได้ง่ายมากขึ้น จึงทำให้ มีผู้เข้ามาใช้ เว็บไซต์ เพิ่มมากขึ้น และมีโอกาส ในการขาย ก็มีมากขึ้น ตามนั่นเอง

ขั้นตอนที่สำคัญ ที่สุดในการ ทำ SEO ก็คือ การหาว่า กลุ่มเป้าหมาย จะเสิร์ช คำว่าอะไร โดยสามารถ ดูได้จาก หลายปัจจัย อย่างเช่น การเลือกคำ หรือ คีย์เวิร์ด ( Keyword ) ที่มีคน ค้นหาเยอะ ๆ อย่างเช่น “Covid-19 อาการเริ่มต้น” หรือ “เครื่องสำอาง ถูกและดี” เป็นต้น หรืออาจจะ เลือกคำที่ เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจของเรา อย่างเช่น ธุรกิจท่องเที่ยว ช่วงเดือนธันวาคม อาจเลือกคำว่า “ที่พัก ปีใหม่” “ที่พักติดภูเขา” หรือ “ร้านอาหาร เชียงใหม่” เป็นต้น และ ทริคสุดท้าย ที่อยากแนะนำ ก็คือ การสืบจาก คู่แข่ง ดูว่าพวกเขา มักจะทำ คอนเทนต์ ( Content ) เกี่ยวกับอะไร คอนเทนต์ ไหนที่น่าสนใจ ผลตอบรับ เป็นอย่างไร ? แล้วเราจะดึง จุดแข็ง ของตัวเอง มาสู้ได้ อย่างไร ? 

3. Performance Marketing ( การตลาดเชิงประสิทธิภาพ )

สำหรับช่วงเวลาที่ผ่านมา จำนวนธุรกิจ ที่กระโดด ก้าวเข้ามาบน แพลตฟอร์มออนไลน์ ที่เพิ่มสูงขึ้น อย่างรวดเร็ว จนทำให้เกิด การแข่งขัน ทางด้าน การตลาดออนไลน์ ที่สูงขึ้น ไปด้วย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันการทำ การตลาดออนไลน์ ที่มี Pain Point อยู่ ค่อนข้างมาก จึงทำให้ การทำ  ‘Performance Marketing’ นั้นเข้ามา มีบทบาท ที่สำคัญ ที่จะช่วยให้ การทำ การตลาดออนไลน์ มีครบวงจร และ มีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น 

Performance Marketing หรือ การตลาดเชิงประสิทธิภาพ ก็คือ การทำ Performance Marketing ที่จะเน้นย้ำ ไปที่การทำ การตลาดออนไลน์ เพื่อเป้าหมาย ในทางธุรกิจ อย่างเช่น การมียอดขาย ที่เพิ่มมากขึ้น หรือ การมีจำนวน ผู้ใช้งาน ที่เพิ่มมากขึ้น โดยผ่านการ วัดค่า Metrics ต่าง ๆ  อย่าง ROI, ROAS หรือ อัตราการซื้อ และในการทำ Digital Marketing ( การตลาดดิจิทัล ) ที่ธุรกิจ ส่วนมากจะทำ การตลาด ในหลากหลาย ช่องทาง แต่ไม่สามารถ วัดผลได้ว่า ผลตอบรับ ที่เข้ามานั้น มันมาจาก ช่องทางไหน หรือ ไม่สามารถ ที่จะดูได้ว่า ช่องทางไหน ที่มีประสิทธิภาพ ที่สุด เพราะว่า ขาดหนึ่งปัจจัย ที่สำคัญไป ก็คือ ‘ระบบ Tracking’ โดยสิ่งนี้นี่แหละ ที่จะเป็น หัวใจหลัก ของการทำ Performance Marketing ฉะนั้นแล้ว Performance Marketing หรือ การตลาดเชิงประสิทธิภาพ = วัดผลได้

และทำให้สิ่ง ที่จะแตกต่าง จากการทำ Online Marketing  คือ Performance Marketing ที่จะเน้นย้ำ ไปที่กระบวนการ  และวิธีการทำ การตลาดออนไลน์ ในส่วนของ Online Marketing หรือ การตลาดออนไลน์ ที่จะเป็นเพียง เครื่องมือที่ให้ นักการตลาด หยิบมาใช้ โดยทั้งสองส่วนนี้ จะมีปัจจัย ที่ช่วยในการเกื้อหนุนกัน ทางใดทางหนึ่ง นั่นเอง

4. Influencer Marketing ( การตลาดที่มีอิทธิพล )

ถ้าบอกว่า ในช่วง 2 - 3 ปี ที่ผ่านมา ถือได้ว่าเป็น ยุครุ่งเรืองของ Influencer Marketing ก็คงจะไม่ผิด เพราะไม่ว่า จะเป็นช่องทางไหน ก็ล้วนแล้วแต่ เต็มไปด้วย Influencer ที่มีอิทธิพล ต่อการตัดสินใจของ ผู้บริโภค แบรนด์ จึงควรจะพิจารณา การใช้พลังของ อินฟลูเอนเซอร์ เพื่อที่จะ สร้างการรับรู้ และ สร้างยอดขาย

โดยสิ่งที่เรา จะได้รับเมื่อใช้ Influencer Marketing ก็คือ จำนวนผู้ติดตาม ที่จะมาพร้อมกับตัว อินฟลูเอนเซอร์  โดยพลังของเหล่า อินฟลูเอนเซอร์  ก็จะช่วยโน้มน้าวใจ ให้ผู้ติดตาม เพื่อเปิดใจ รับแบรนด์ ของเรา มากยิ่งขึ้น และยังได้ คอนเทนต์ ที่มีคุณภาพ อย่าง ภาพ ข้อความ หรือวิดีโอ ที่จะคงอยู่ ในโลก โซเชียล ซึ่งเราสามารถนำ Content นี้ มาใช้ PR ต่อได้ สิ่งสำคัญที่สุด อยู่ที่การเลือก Influencer ที่มีผู้ติดตาม ตรงกับที่แบรนด์ ที่ต้องการ เพราะ Influencer เปรียบเหมือน ตัวแทนของแบรนด์ ที่เป็นภาพลักษณ์ ดังนั้นแล้ว เราจึงต้องเลือก คนที่มาเสริม ภาพลักษณ์ ให้กับแบรนด์ และน่าเชื่อถือได้

หากใครที่อยากจะทำ การตลาดออนไลน์ หรือ Digital Marketing ก็สามารถเข้ามาสอบถาม กับบริษัท รับทำการตลาด ที่เป็น ผู้เชี่ยวชาญ ด้านการตลาด และมีประสบการณ์ มาอย่างยาวนาน ก็เลือก Eden ให้เป็นที่ปรึกษา ด้านนี้เลย



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปรับสมดุลร่างกาย ให้แข็งแรง ด้วยการดื่ม น้ำด่าง น้ำดื่ม เซเว่น

เลือก น้ำดื่มอัลคาไลน์ น้ำดื่ม ขวดเล็ก ควบคุมภาวะกรด ด่าง ในร่างกาย

เครื่องดื่ม อกไก่ปั่น อิ่มอร่อย แถมยังได้ ประโยชน์ ต่อ ร่างกาย